IP Phone ประเมินจากอะไรบ้าง? 8 ปัจจัยสำคัญก่อนเลือกซื้อ

การเลือกใช้งาน IP Phone สำหรับสำนักงานหรือองค์กร ไม่ควรพิจารณาเพียงราคาและรูปลักษณ์ของเครื่องเท่านั้น แต่ควรประเมินคุณภาพเสียง ความสามารถในการเชื่อมต่อ ความปลอดภัย และความเข้ากันได้กับระบบโทรศัพท์ขององค์กร เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

IP Phone คืออะไร?

IP Phone (Internet Protocol Phone) คือโทรศัพท์ที่ใช้ เครือข่าย IP ในการรับส่งข้อมูลเสียง โดยทั่วไปทำงานผ่าน เทคโนโลยี VoIP (Voice over Internet Protocol) ช่วยให้องค์กรสามารถสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้สายโทรศัพท์แบบอนาล็อกสำหรับ โทรศัพท์ทุกเครื่อง

IP Phone สามารถเชื่อมต่อกับระบบ IP PBX หรือ Cloud PBX เพื่อใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น การโอนสาย การพักสาย การประชุมหลายสาย และการจัดการหมายเลขภายในองค์กร

8 ปัจจัยสำคัญในการประเมิน IP Phone

1. คุณภาพเสียง (Voice Quality)

คุณภาพเสียงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ เนื่องจาก IP Phone ถูกออกแบบมาเพื่อการสื่อสาร จึงควรมีเสียงที่คมชัด ลดเสียงรบกวน และรองรับการสนทนาอย่างต่อเนื่อง

  • รองรับ HD Voice หรือ Wideband Audio
  • รองรับ Codec เช่น G.711, G.722 หรือ Opus
  • มีระบบลดเสียงสะท้อน (Echo Cancellation)
  • มีระบบลดเสียงรบกวน (Noise Reduction)
  • มีคุณภาพเสียงที่ดีทั้งหูโทรศัพท์และลำโพงสนทนา

2. ความเข้ากันได้กับระบบโทรศัพท์ (Compatibility)

ก่อนเลือกซื้อ IP Phone ควรตรวจสอบว่าอุปกรณ์ สามารถใช้งานร่วมกับระบบ IP PBX หรือ Cloud PBX ที่องค์กรใช้อยู่ได้หรือไม่

  • รองรับมาตรฐาน SIP
  • รองรับระบบ IP PBX ที่องค์กรใช้งาน
  • รองรับการลงทะเบียน SIP Account
  • รองรับฟังก์ชันการโอนสายและพักสาย
  • ตรวจสอบรายการรุ่นที่ผู้ให้บริการระบบรองรับ

หมายเหตุ: แม้โทรศัพท์จะรองรับ SIP เหมือนกัน แต่ฟังก์ชันบางอย่างอาจทำงานแตกต่างกัน ตามรุ่นอุปกรณ์และระบบ PBX

3. ความสามารถด้านเครือข่าย (Network Connectivity)

IP Phone ต้องเชื่อมต่อผ่านระบบเครือข่าย ดังนั้นความเสถียรของการเชื่อมต่อจึงส่งผลโดยตรง ต่อคุณภาพการสนทนา

  • รองรับ Ethernet 10/100 Mbps หรือ Gigabit Ethernet
  • รองรับ VLAN สำหรับแยกเครือข่ายเสียง
  • รองรับ QoS เพื่อจัดลำดับความสำคัญของข้อมูลเสียง
  • รองรับ DHCP และการกำหนด IP Address
  • รองรับ PoE (Power over Ethernet) หากต้องการจ่ายไฟผ่านสาย LAN

4. ความปลอดภัยของระบบ (Security)

IP Phone เป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายองค์กร จึงควรมีมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการดักฟัง การเข้าถึงอุปกรณ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และการโจมตีผ่านเครือข่าย

  • รองรับ TLS สำหรับการป้องกันข้อมูลสัญญาณ SIP
  • รองรับ SRTP สำหรับเข้ารหัสข้อมูลเสียง
  • มีระบบกำหนดรหัสผ่านผู้ดูแลระบบ
  • รองรับการอัปเดต Firmware
  • รองรับการจัดการสิทธิ์เข้าถึงอุปกรณ์

5. ฟังก์ชันการใช้งาน (Features)

ฟังก์ชันของ IP Phone ควรเหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น พนักงานทั่วไป เจ้าหน้าที่รับสาย ฝ่ายขาย หรือผู้บริหาร

  • รองรับหลาย SIP Accounts
  • รองรับ Call Transfer และ Call Hold
  • รองรับ Conference Call
  • มีปุ่ม Speed Dial และ BLF
  • รองรับการใช้งาน Headset
  • มีสมุดโทรศัพท์และประวัติการโทร

6. การออกแบบและความสะดวกในการใช้งาน

IP Phone ที่ดีควรใช้งานง่าย มีหน้าจอแสดงผลชัดเจน และมีปุ่มควบคุมที่เหมาะสมกับการใช้งานประจำวัน

  • หน้าจออ่านข้อมูลได้ชัดเจน
  • ปุ่มกดมีขนาดเหมาะสม
  • เมนูใช้งานง่าย
  • รองรับการปรับระดับเสียง
  • รองรับการติดตั้งบนโต๊ะหรือผนังตามความต้องการ

7. การบริหารจัดการและบำรุงรักษา

สำหรับองค์กรที่มี IP Phone จำนวนมาก ควรเลือกอุปกรณ์ที่สามารถตั้งค่าและบริหารจัดการ จากส่วนกลางได้ เพื่อลดภาระของผู้ดูแลระบบ IT

  • รองรับ Auto Provisioning
  • รองรับการอัปเดต Firmware จากส่วนกลาง
  • สามารถสำรองและกู้คืนค่าการตั้งค่าได้
  • มีเครื่องมือสำหรับตรวจสอบสถานะอุปกรณ์
  • มีเอกสารคู่มือและบริการสนับสนุนทางเทคนิค

8. ราคาและความคุ้มค่า (Total Cost of Ownership)

การประเมิน IP Phone ไม่ควรดูเพียงราคาซื้อเริ่มต้น แต่ควรพิจารณาค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งานด้วย

  • ราคาเครื่อง IP Phone
  • ค่าอุปกรณ์เสริม เช่น Adapter และ Headset
  • ค่าติดตั้งและตั้งค่าระบบ
  • ค่าบำรุงรักษาและการสนับสนุน
  • ระยะเวลาการรับประกัน
  • ความสามารถในการรองรับการขยายระบบในอนาคต

ตารางเกณฑ์ประเมิน IP Phone สำหรับองค์กร

ตัวอย่างการกำหนดน้ำหนักคะแนนสำหรับใช้เปรียบเทียบ IP Phone หลายรุ่น โดยสามารถปรับตามความต้องการ ของแต่ละองค์กรได้

หัวข้อประเมิน น้ำหนักคะแนน
คุณภาพเสียง20%
ความเข้ากันได้กับระบบ20%
การเชื่อมต่อเครือข่าย15%
ความปลอดภัย15%
ฟังก์ชันการใช้งาน10%
ความสะดวกในการใช้งาน5%
การบริหารจัดการ5%
ราคาและความคุ้มค่า10%
รวม 100%

วิธีประเมิน: ให้คะแนนแต่ละหัวข้อจาก 1–5 แล้วคำนวณคะแนนถ่วงน้ำหนัก โดยนำคะแนนที่ได้รับหารด้วย 5 และคูณด้วยน้ำหนักของแต่ละหัวข้อ

วิธีเลือก IP Phone ให้เหมาะกับลักษณะงาน

IP Phone สำหรับพนักงานสำนักงาน

ควรเน้นความง่ายในการใช้งาน คุณภาพเสียงที่ดี รองรับ SIP และ PoE พร้อมฟังก์ชันพื้นฐาน เช่น การโอนสายและพักสาย

IP Phone สำหรับพนักงานรับสายและ Call Center

ควรพิจารณาความเข้ากันได้กับ Headset ปุ่ม BLF การจัดการหลายสาย และความสะดวกในการรับสายจำนวนมาก

IP Phone สำหรับผู้บริหาร

อาจเลือกเครื่องที่มีหน้าจอสี รองรับหลายบัญชี SIP มีปุ่มลัด และมีฟังก์ชันการประชุมที่เหมาะสม กับรูปแบบการทำงาน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือก IP Phone (FAQ)

IP Phone จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป หากใช้งานกับระบบ IP PBX ภายในเครือข่าย LAN ก็สามารถโทรภายในองค์กรได้ โดยไม่ต้องผ่านอินเทอร์เน็ต แต่การเชื่อมต่อกับ Cloud PBX หรือบริการภายนอก โดยทั่วไปต้องมีการเชื่อมต่อเครือข่ายที่เหมาะสม

IP Phone ทุกรุ่นใช้กับ IP PBX ได้หรือไม่?

ไม่เสมอไป ควรตรวจสอบมาตรฐาน SIP รายการอุปกรณ์ที่รองรับ และฟังก์ชันเฉพาะ ของระบบ IP PBX ก่อนตัดสินใจซื้อ

IP Phone ที่รองรับ PoE ดีกว่าอย่างไร?

PoE ช่วยให้อุปกรณ์รับไฟฟ้าผ่านสาย LAN ได้โดยไม่ต้องใช้อะแดปเตอร์แยก เมื่อเชื่อมต่อกับ PoE Switch หรืออุปกรณ์จ่ายไฟ ที่รองรับมาตรฐานเดียวกัน

ควรทดสอบ IP Phone ก่อนซื้อหรือไม่?

ควรทดสอบกับระบบจริง โดยตรวจสอบคุณภาพเสียง การลงทะเบียน SIP การโอนสาย การพักสาย ความเสถียรของเครือข่าย และฟังก์ชันสำคัญ ที่องค์กรต้องใช้งาน

สรุป: การประเมิน IP Phone ควรพิจารณาอะไรบ้าง?

การเลือก IP Phone ที่เหมาะสมควรพิจารณา ทั้ง 8 ปัจจัย ได้แก่ คุณภาพเสียง ความเข้ากันได้กับระบบ ความสามารถด้านเครือข่าย ความปลอดภัย ฟังก์ชันการใช้งาน ความสะดวกในการใช้งาน การบริหารจัดการ และราคาโดยรวม

สำหรับองค์กรที่กำลังวางแผนติดตั้งหรือเปลี่ยนระบบ โทรศัพท์ ควรทดลองใช้งานอุปกรณ์กับระบบจริง และเปรียบเทียบตามเกณฑ์เดียวกัน เพื่อให้ได้ IP Phone ที่ตอบโจทย์การใช้งาน มีความเสถียร และคุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาว

รับซื้อ iP Phone